RSS

Category Archives: สาระความบันเทิงจากขนมไทย

พลิกโฉมขนมไทยให้เป็นเครื่องหนัง

เครื่องหนังกับขนมไทย สองสิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้ว กลับกลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างลงตัว จากสมองและสองมือของสาวรุ่นใหม่อย่าง “คณิตา คนิยมเวคิน” ที่นำรูปทรงขนมไทยห่อใบตองชนิดต่างๆ มาใช้เป็นต้นแบบดีไซน์เครื่องหนัง สร้างความโดดเด่นทั้งแปลกใหม่ พร้อมใช้สอยได้จริง และที่สำคัญสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยออกมาได้อย่างมีสไตล์

 

 

คณิตา คนิยมเวคิน

          คณิตา เล่าว่า เรียนจบด้านออกแบบจากคณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และส่วนตัว ชื่นชอบงานเครื่องหนังมาตั้งแต่เด็ก จึงมักหาความรู้ในการทำเครื่องหนังเพิ่มเติมด้วยตัวเอง โดยนำทักษะความรู้การออกแบบมาต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนที่สุดยึดเป็นอาชีพหลัก ทำและขายภายใต้แบรนด์ “Kanita”

ขนมใส่ไส้ทำเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์

ข้าวต้มมัดเป็นที่ใส่พวงกุญแจ

เบื้องต้นจะออกแบบในกระดาษเสียก่อน แล้วค่อยทดลองทำด้วยวัสดุหนังจริง โดยทุกแบบออกแบบให้ง่ายต่อใช้งานของผู้บริโภค ค่อยๆ ปรับแต่งลองผิดลองถูก กว่าจะลงตัวใช้เวลาร่วมเดือน ขณะนี้มีด้วยกัน 5 แบบ ประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกันไป ได้แก่ ขนมใส่ไส้ กับขนมเทียนเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์ ข้าวต้มมัดเป็นที่ใส่พวงกุญแจ กระทงใบตองสำหรับใส่ที่หนีบกระดาษ และขนมจากเป็นกระเป๋าใส่เครื่องเขียน

                                                                   กระทงใบตองสำหรับใส่ที่หนีบกระดาษ

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายวางไว้ที่ผู้รักงานเครื่องหนัง ชื่นชอบในงานดีไซน์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร รวมถึง ชาวต่างที่จะซื้อหากลับไปเป็นของที่ระลึก สามารถสื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างดี ตั้งราคาขายปลีกอยู่ที่ชิ้นละ 300-500 บาท

                                                       ขนมเทียนทำเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์

นอกจากเครื่องหนังดีไซน์ขนมไทยห่อใบตองแล้ว งานเครื่องหนังชิ้นอื่นๆ ของ“Kanita” ยังมากไปความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน มีสินค้ากว่า 10 รายการ เช่น สมุดโน้ตปกหนัง กระเป๋าใส่นามบัตร พวงกุญแจหนัง ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือหนัง สายคล้องคอ เป็นต้น ราคาตั้งแต่หลักสิบถึงสูงสุดไม่เกิน 400 บาท ทุกชิ้นมีจุดเด่นเป็นงานแฮนด์เมด ทำจากหนังวัวแท้ เกรดเอ และที่สำคัญ ทุกชิ้นมีจุดเด่นสามารถระบุอักษรชื่อ หรือข้อความที่ลูกค้าต้องการลงไปได้ ช่วยเพิ่มคุณค่าสินค้า และสร้างความประทับใจแก่ผู้ได้รับมากยิ่งขึ้น

                                                                   ทำด้วยแฮนด์เมด

ในส่วนการผลิต คณิตา เผยว่า ใช้วิธีออกแบบ และทำสินค้าต้นแบบด้วยมือตัวเอง จากนั้น ไปว่าจ้างช่างหนังให้ตัดเย็บตามแบบและปริมาณที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ในส่วนขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและสำคัญ อย่างการตอกสลักชื่อ ยังคงลงมือทำด้วยตัวเอง

ขนมจากเป็นกระเป๋าใส่เครื่องเขียน

ช่องทางตลาด ในส่วนสินค้าดีไซน์ขนมไทยห่อใบตอง วางขายที่ร้าน TCDC ชั้น 6 ห้างดิเอ็มโพเรียม ส่วนสินค้าอื่นๆ จะออกบูทขายที่ตลาดนัดไอเดีย Crystal Design Center (CDC) ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ อีกทั้ง ขายผ่านออนไลน์ที่ http://www.facebook.com/bykanita และรับผลิตตามคำสั่งซื้อ

 เธอเล่าว่า หลังเรียนจบได้เข้าทำงานประจำ ฝ่ายออกแบบในบริษัทเอกชน แต่เพราะรักในงานเครื่องหนัง จึงพยายามหาความรู้การผลิตเครื่องหนังเสมอ และมักลองทำเครื่องหนังใช้เอง และมอบแด่คนใกล้ชิด ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่พบเห็นผลงาน ต่างชื่นชมในความสวยงาม และขอซื้อต่อ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจเริ่มทำขายคนรอบตัว จากนั้น ขยายทำเป็นอาชีพเสริม จนในที่สุด ตัดสินใจจะออกมายึดเป็นอาชีพหลักในปัจจุบัน
 “ทุกอย่าง ฉัตรจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่ได้ใช้เงินลงทุนมากนัก เบื้องต้นแค่ประมาณ 5พันบาท เริ่มจากทำเองทุกอย่างคนเดียว ตั้งแต่ไปหาซื้อวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ตัดเย็บหนัง ตอกหมุด ตัดกระดาษ ฯลฯ ซึ่งข้อดีทำให้เราเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด นอกจากนั้น ยังไปขายด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังข้อติชมจากลูกค้า นำมาปรับปรุงแก้ไขตลอดเวลา” เจ้าของไอเดีย เผย
       
       ทิ้งท้ายถึงก้าวต่อไป เธอบอกว่า จะไม่หยุดสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มเติมสินค้าทั้งกระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย รวมถึง ต่อยอดเครื่องหนังขนมไทยห่อใบตองให้หลากหลายยิ่งขึ้น นอกจากนั้น กำลังหาพื้นที่เปิดหน้าร้านเป็นจุดขายและแสดงสินค้าของตัวเอง

 

เคล็ดลับการกินขนมไทย

สำหรับคนกลัวอ้วน ห่วงหวาน

…..ด้วยวัตถุดิบที่หลากหลายทำให้ขนมไทยแตกหน่อออกลายมากมายหลายชนิด ในขณะที่รสชาติหอมหวานมันก็พัฒนาจนกลายเป็นศิลปะชั้นเลิศทางด้านอาหาร ทำให้ขนมไทยมีความพอดีอยู่ในตัว คือ ไม่หวาน ไม่มันจนเกินพอดี แต่อย่างไรก็ดีขนมไทยก็ยังเป็นของหวานที่คนบางคนอาจจะต้องระมัดระวังอยู่บ้าง โดยเฉพาะสำหรับคนที่กลัวอ้วนห่วงหวานแต่ไม่อยากจะพลาดขนมไทย…..

 

ข้อแนะนำการกินขนมไทยแบบระวังหวาน

……ให้เลือกกินขนมไทยประเภทที่มีส่วนประกอบของน้ำหรือเป็นขนมน้ำดีกว่าขนมประเภทเชื่อม หรือขนมแห้ง เพราะการที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบในขนมมากๆ จะทำให้มีสัดส่วนของแป้งและน้ำตาลน้อย ขนมที่แนะนำ อาทิ ตะโก้แห้ว กล้วยบวดชี แกงบวดเผือก เผือกน้ำกะทิ ลอดช่องน้ำกะทิ ผลไม้ลอยแก้ว วุ้นน้ำเชื่อม ซึ่งขนมน้ำประเภทที่ไม่ใช่แกงบวด ถ้ารู้สึกว่าหวานมากเราสามารถเติมน้ำแข็งใส่เพิ่มเข้าไปได้ ขนมประเภทนี้จะให้พลังงานน้อยกว่าขนมประเภทเชื่อมหรือขนมแห้งอย่างพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง หรือเม็ดขนุนค่อนข้างมาก….

 

 

เสริมดวงตามราศีกับขนมไทย

 

เสริมดวงตามราศีกับขนมไทย

ราศีมังกร (เกิดระหว่าง 15 ม.ค.-14 ก.พ.)
        ขนมสวยหลากสี สร้างสรรค์ให้ชีวิตแปลกใหม่ เป็นคนธาตุดิน ต้องเสริมความตื่นเต้นแปลกใหม่กับชีวิตด้วยขนมชั้นสีสวยๆ เยลลี่ลายหวานๆ หรือลูกชุปช่วยเสริมสง่าราศีให้โดนเด่นดีที่สุด เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำหวานสีต่างๆ 
 

 

 

    ราศีกุมภ์ (เกิดระหว่าง 15 ก.พ.-14 มี.ค.)
      โดดเด่นเป็นที่สนใจด้วยขนมหายาก เป็นคนธาตุลม ชอบขนมเบเกอรี่ ขนมเค้ก แต่มีขนมไทยหลายประเภทที่ช่วยเสริมดวงชะตา อาทิ สัมปันนี ฝอยทอง เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำแอปเปิ้ล 

    ราศีมีน (เกิดระหว่าง 15 มี.ค.-14 เม.ย.)
      โชคดีทุกการเดินทางด้วยขนมพื้นบ้านหลากแบบ เป็นคนธาตุไฟที่ไม่ค่อยใจร้อนเท่าไหร่ ขนมพื้นบ้านจะช่วยเสริมให้เจ้าตัวโชคดีเรื่องการเดินทาง อาทิ ข้าวเม่า ข้าวตอก ข้าวตัง เล็บมือนาง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นประเภทน้ำผักผลไม้ 

    ราศีเมษ (เกิดระหว่าง 15 เม.ย.-14 พ.ค.)
       ลดอารมณ์ร้อนๆ ด้วยขนมเย็น เป็นคนธาตุไฟ มีนิสัยใจร้อนหงุดหงิดง่าย ควรแก้เคล็ดด้วยขนมประเภทเย็นๆ อาทิ ขนมลอดช่อง กระท้อนลอยแก้ว จะช่วยให้อารมณ์เย็นมีชีวิตชีวา สิ่งที่ติดขัดหรือมีปัญหาจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำผลไม้ปั่น อาทิ น้ำสับปะรด น้ำกระเจี้ยบ 

    ราศีพฤษภ (เกิดระหว่าง 15 พ.ค.-14 มิ.ย.)
       เสริมความก้าวหน้าด้วยขนมเนื้อแน่น เป็นคนธาตุดิน หนักแน่น มั่นคงมีความรักชอบในศิลปะแบบโบราณ ขนมที่ช่วยเสริมราศี อาทิ ตะโก้ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ เก็กฮวย 

     ราศีเมถุน (เกิดระหว่าง 15 มิ.ย.-14 ก.ค.)
        ขนมหายากสร้างเสน่ห์ให้เป็นที่รัก เป็นคนธาตุลม จิตใจแปรปรวน ขนมที่เสริมดวงชะตาให้เป็นที่รักของผู้อื่นอาทิ ขนมหน้านวล เครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้เช่นไวน์ พันซ์ 

     ราศีกรกฎ (เกิดระหว่าง 15 ก.ค.-14 ส.ค.)
        ชีวิตมีสีสันด้วยขนมรสชาติหวานมัน เป็นคนธาตุน้ำ ใจเย็นเพราะใจดีมีความนุ่มนวลขนมที่เสริมดวงชะตาสง่าราศี อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา สังขยาฟักทอง ขนมประเภทแกงบวช เครื่องดื่มที่เหมาะคือประเภทน้ำหวาน ชา หรือกาแฟ ทั้งร้อนและเย็น 

    ราศีสิงห์ (เกิดระหว่าง 15 ส.ค.-14 ก.ย.)
        เสริมความหรูหราด้วยขนมชื่อสิริมงคล เป็นคนธาตุไฟ ที่ค่อนข้างเอาแต่ใจขนมที่มีสีแดง ส้ม ทอง อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฏ ข้าวเหนียวแดงจะช่วยเสริมความสง่างามและเสน่ห์ให้ตนเอง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำสมุนไพร พวกน้ำจับเลี้ยง ชา ดอกคำฝอย 

    ราศีกันย์ (เกิดระหว่าง 15 ก.ย.-14 ต.ค.)
        คนรอบข้างรักใคร่เมตตาด้วยขนมสีขาว เป็นคนธาตุดิน ที่ค่อนข้างใจเย็น ขนมที่คู่บารมีกับชาวกันย์ ต้องมีสีขาวหรือสีนวลเมตตา ขนมผิง ขนมหน้านวล หรือวุ้นกระทิ จะช่วยให้คนรอบข้างรักใคร่ เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นพวกน้ำสมุนไพร รังนก หรือโสม 

    ราศีตุลย์ (เกิดระหว่าง 15 ต.ค.-14 พ.ย.) 
        ขนมหลากสีสัน ผลักดันให้งานก้าวหน้า เป็นคนธาตุลม ที่ไม่ค่อยยินดียินร้ายกับอะไรทั้งสิ้น ขนมที่เสริมบารมีกับหน้าที่การงานต้องมีสีสันสดใส เช่น ขนมสัมปันนี ช่อม่วง วุ้นกรอบ ข้าวเม่า เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำผลไม้และนม 

     ราศีพิจิก (เกิดระหว่าง 15 พ.ย.-14 ธ.ค.)
         ขนมผสมกระทิเนรมิตความร่ำรวย เป็นคนธาตุน้ำ มีความเป็นตัวของตัวเองสู้งานหนักสุขุม เหมาะกับขนมหวานประเภทแกงบวช ครองแครง ปลากริมไข่เต่า บัวลอย จะช่วยเสริมความร่ำรวย เครื่องดื่มที่เหมาะต้องมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว 

    ราศีธนู (เกิดระหว่าง 15 ธ.ค.-14 ม.ค.)
       ขนมมงคลพิธี ช่วยให้มีแต่คนเมตตา เป็นคนธาตุไฟ เหมาะที่สุดกับขนมที่มีชื่อเป็นมงคลจะเสริมให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้างเช่นขนมทองเอก โพรงแสม รังนก เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำตาลสด ชา กาแฟ

     ใครราศีไหนก็เลือกดูเลือกทานกันได้เลยนะคะ รับรองว่าทั้งอร่อยและช่วยเสริมดวงได้ด้วย แต่ก็อย่าทานเยอะนะคะ เดี๋ยวจะอ้วนได้ง่ายๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ThaiZa 

 

ตำนานขนมครก ขนมแห่งความรัก

ขนมแห่งความรัก

 ไอ้กะทิ หนุ่มน้อยแห่งดงมะพร้าวเตี้ย  แอบมีความรักกับ หนูแป้ง สาวสวยประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้าน   ทั้งคู่เจอกันวันลอยกระทง  และสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าแม้จะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอยึดมั่นความรักแท้ที่มีต่อกันชั่วฟ้าดินสลาย  ไอ้กะทิ ก้มหน้าก้มตาเก็บหอมรอมริบหาเงินเพื่อมาสู่ขอลูกสาวจากผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับถูกปฏิเสธแถมยังโดนผู้ใหญ่ส่งชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือมาลอบทำร้าย  แต่ไอ้กะทิก็ไม่ว่ากระไร  มันพาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้าน นอนหยอดน้ำข้าวต้มซะหลายวัน  แต่ใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาสู่ขอหนูแป้งใหม่จนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน แต่แล้วความฝันของไอ้กะทิ ก็พังพินาศเมื่อผู้ใหญ่ยก หนูแป้ง ลูกสาวคนสวยให้แต่งงานกับปลัดหนุ่มจากบางกอก  ไอ้กะทิ รู้ข่าวจึงรีบกระเสือกกระสนหมายจะมายับยั้งการแต่งงานครั้งนี้   ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็วางแผนป้องกันไว้แล้ว  โดยขุดหลุมพรางดักรอไว้แต่แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้ายเสียก่อน จึงลอบหนีออกมาหมายจะห้ามหนุ่มคนรักไม่ให้ตกหลุมพราง คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม หนูแป้งวิ่งฝ่าความมืดออกมาเพื่อดักหน้าไอ้กะทิ   ไอ้กะทิเห็นหนูแป้งวิ่งมาก็ดีใจทั้งคู่รีบวิ่งเข้าหากัน   

     ฉับพลัน!!…ร่างของหนูแป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ฯผู้เป็นพ่อ  ต่อหน้าต่อตาไอ้กะทิ  อารามตกใจนายกะทิก็รีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือหนูแป้ง  อารามดีใจสมุนชายฉกรรจ์ของผู้ใหญ่บ้านซึ่งแอบซุ่มอยู่   ก็รีบเข้ามาโกยดินฝังกลบหลุมที่ทั้งคู่หล่นลงไป  เพราะคิดว่าในหลุมมีเพียงไอ้กะทิผู้เดียว … รุ่งเช้าผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ขุดหลุมเพื่อดูผลงาน  แทบไม่เชื่อสายตาเบื้องล่างปรากฏร่างของ ไอ้กะทิตระกองกอดทับร่างหนูแป้งลูกสาวของตน  ทั้งสองนอนตายคู่กันอย่างมีความสุข  เมื่อรอยยิ้มถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตา  ผู้ใหญ่บ้านรำพึงต่อหน้าศพของลูกสาวว่า..“พ่อไม่น่าคิดทำลายความรักของลูกเลย”ตั้งแต่นั้นมาอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี ทุกแรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ชาวบ้านที่ศรัทธาในความรักของไอ้กะทิ กับ แม่แป้ง ก็จะตื่นตั้งแต่เช้ามืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้ง และกะทิ บรรจงหยอดลงหลุม  พอสุกได้ที่ก็แคะจากหลุม แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นสัญลักษณ์ว่า “จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป”  ขนมนี้จึงถูกเรียกขานกันในนาม  “ขนมแห่งความรัก” หรือ ขนม คน-รัก-กัน ต่อมาถูกเรียกย่อ ๆ ว่า ‘ขนม ค-ร-ก’ นั่นเอง

 

เพลงขนมไทยหายไป

เพลงขนมไทยหายไป
ขับร้องโดย หม่งม้ง
เพลงลูกทุ่งหรือลูกกรุง

 

การ์ตูนท้าวทองกีบม้า

ท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ เป็นสาวงาม
ชาวญี่ปุ่น-โปรตุเกส นางได้แต่งงาน
กับฟอลคอนขุนนางชางกรีกผู้ทรงอิทธิพล
ที่สุดในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
มารี กีมาร์ คนนี้ได้นำสูตรขนมหวานของ

โปรตุเกสมาเผยแพร่ในราชสำนักอยุธยา
ซึ่งขนมหวานเหล่านั้นได้กลายเป็นต้นแบบ
ของขนมไทยชนิดต่างๆ ทั้ง ทองหยิบ
ทองหยอด ฝอยทอง

ตัวอย่าง การ์ตูนท้าวทองกีบม้า

 

ละครแม่ค้าขนมหวาน


**ดูให้จบนะคะ**

เรื่องย่อละคร แม่ค้าขนมหวาน

ดัดแปลงจากบทประพันธ์ของ ฬีฬา

ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 ทางไทยทีวีสีช่อง 3

 

          หลายคนเปรียบความรักเหมือนรสสัมผัสของขนมที่ทั้งหอมหวานติดตราตรึงใจ แต่ขนมรักของ ใบไผ่ สาวแสบซ่าส์แต่หน้าหวานกับ วชรวรรษ เจ้าพ่อหนุ่มเจ้าอารมณ์ รสสัมผัสของคู่หนุ่มสาวเลยทั้งหวานมันส์ปนเค็มและเผ็ดดุดัน เป็นรสชาติที่กลมกล่อมหายากที่จะมีขนมหวานใดๆ ในโลกมาเหมือน !!!

          ใบไผ่ วิศวกรสาวหน้าหวาน แต่พิศมัยการแต่งตัวเหมือนชาย จนมีคนเข้าใจผิดเสมอว่าเป็นหนุ่มหน้าสวย หุนหันลาออกจากตำแหน่งนายช่างใหญ่ที่โรงงานในลาวเพราะฉุนขาดกระแทกหมัดเข้าหน้านายจ้าง ไม่ได้ความที่ดันดูถูกเพศแม่ต่อหน้าเธอ แล้วประกาศความตั้งใจกับคนที่บ้านสวนอรุณรักษ์บ้านเกิดที่เมืองเพชรว่าต่อไปนี้เธอจะทำความฝัน แต่วัยเยาว์ให้เป็นความจริงด้วยการเปิดร้านขนมหวานแบบไทยแท้แต่โบราณที่ไม่เหมือนใคร เพื่อให้คนรุ่นใหม่และรุ่นเก่ายอมรับให้จงได้

          ความตั้งใจของใบไผ่ทำเอาหลายคนแทบตกเก้าอี้เพราะมันขัดกับบุคลิคของเธออย่างแรง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะเธอได้วิชาการทำขนมไทยขั้นปรมาจารย์มาจากการพร่ำสอนของ ย่าอุบล อดีตสาวงามเมืองเพชรที่มีเสน่ห์ปลายจวักเลิศล้ำเพราะเคยเป็นข้าเก่าในรั้วในวัง ส่วนเรื่องบู๊ดีเดือด ใจเด็ดไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมแถมถนัดศิลปะการต่อสู้แทบทุกแขนงก็มาจากการพร่ำสอนของ ปู่กริช อดีตกำนันแหนบทองพ่วงแชมป์จากเวทีราชดำเนินอีกหลายสมัย ใบไผ่จึงเป็นขนมไทยที่ครบเครื่องทั้งหวาน และมันส์ รสชาติจัดจ้าน

          แม้ว่า อานาท อาหนุ่มโสดเจ้าของไร่ที่ขาดสตรีมาข้องแวะในชีวิตมาหลายปีเพราะเป็นคนขวานผ่าซากเข้าข่ายปากสุนัขยังโผ่งผ่าง ชอบเคี้ยวหมากอย่างกับนักเลงลูกทุ่งสมัยโบราณจะปฏิเสธไม่ยอมให้หลานสาวกู้เงินไปเปิดร้านเพราะไม่เห็นด้วยกับความคิด แต่เมื่อใบไผ่อ้างถึง แก้วขวัญ น้าสาวญาติทางฝ่ายแม่ของใบไผ่คนเดียวที่เหลืออยู่ได้ร่วมลงทุนกับความคิดของเธอครั้งนี้ด้วย อานาทถึงกับกลับลำ 360 องศา แต่งหล่อผ้าขาวม้าคาดพุงพร้อมขนมหวานนานาชนิดฝีมือหลานสาวซิ่งรถบุก ไปหาดีไซน์เนอร์สาวคนสวยกลางงาน แฟชั่นโชว์สุดหรูเพื่อหวังสานสัมพันธ์ที่แหงนคอรอมานาน แต่ก็แห้วรับประทานเพราะดันส่งกลอนหวานเชียบที่ตั้งใจสื่อความในใจให้ผิดตัวดันไปให้เมียตำรวจเจ้าของงานเข้า

ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมพาย

นึกน้องนุ่งจีบถวาย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

รสรักยักลำนำ ประดิษฐ์ทำขนมเทียน

คำนึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลมกลึง

 

ช่อง 3 ก็มีละครเบาๆเข้ากับบรรยากาศขึ้นปีใหม่มาให้ ดู นั่นคือเรื่อง “แม่ค้าขนมหวาน” ใครที่คิดถึงนางเอกสาว เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ อย่าพลาด ส่วนสาวที่เป็นแฟนของพระเอกมาดแมนแฮนด์ซั่ม สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์ ยิ่งห้ามพลาดเช่นกัน

เรื่องย่อ…ใบไผ่ วิศวกรสาวหน้าหวาน แต่แต่งตัวห้าวจนมีคนเข้าใจผิดว่าเป็นหนุ่มหน้าสวย ลาออกจากนายช่างใหญ่โรงงานหันมาเปิดร้านขนมหวาน ถึงจะขัดกับบุคลิก แต่ไม่แปลก เพราะเธอได้วิชาทำขนมจากป้า ใบไผ่ และ อานาท อาหนุ่มของเธอไปก่อเรื่องกลางงานแฟชั่นโชว์ หรู ใบไผ่ วิ่งชนกับ วชรวรรษ หนุ่มเจ้าของธุรกิจบันเทิงยามค่ำคืน ซึ่งเดินทางมาดู ฝน น้องสาวสุดหวงที่เป็นนางแบบในงานนี้ ชายหนุ่มโกรธ ใบไผ่ มาก ที่สร้อยของเขาซึ่งเตรียมให้ ฝน หลุดไปในอ่าง จึงเอาคืนด้วยการขโมยจูบ ใบไผ่ ทิ้งรอยแค้นไว้ให้หญิงสาว

ใบไผ่ ชวน ธราทิตย์ นายแบบหนุ่มหล่อกับก๊วนเพื่อนไปเที่ยวฉลองร้านขนมที่ผับหรู โดยไม่รู้ว่าเป็นของ วชรวรรษ เมื่อ ใบไผ่ เจอเขาจึงแกล้งปลอมเป็นโคโยตี้ หลอกให้ วชรวรรษ เคลิ้ม ก่อนจะกระแทกเป้าเขาจนลงไปกองกับพื้น วชรวรรษ โกรธมาก และสืบรู้ว่า ใบไผ่ เป็นเจ้าของร้านขนมที่เขาติดใจนั่นเอง วชรวรรษ เข้าใจผิด คิดว่า ธราทิตย์ ล่วงเกินน้องสาว จึงตามมาอาละวาดในวันเปิดร้านขนมจนงานล้ม ธราทิตย์ พา ฝน มาขอโทษที่บ้าน ใบไผ่ จึงได้รู้ความเหงาของ ฝน ที่จากแม่ตั้งแต่เด็กอยู่กับพี่ชายที่ต้องดูแลธุรกิจครอบครัว จนไม่มีเวลาให้ ครอบครัวของ ใบไผ่ เข้าใจ ฝน จากนั้น ฝน ก็กลายเป็นคนคุ้นเคยกับร้านขนมหวานไป

แม่ค้า ขนมหวานระหว่างนั้น วชรวรรษ ก็มีปัญหาอยากทำธุรกิจที่มีอยู่ให้ถูกกฎหมาย เลยทำให้ความขัดแย้งกับ เสี่ยทำนุ มาเฟียรุ่นเก๋ารุนแรงขึ้น และความรักของเขากับ นรารี ดาวสังคมลูกสาว พยุทธ์ นักธุรกิจใหญ่เริ่มง่อนแง่น จน นรารี ปันใจให้กับ ใบไผ่ ที่วางแผนปลอมตัวเป็นหนุ่มมาด แมนในชื่อ ทองเอก ไปตีสนิท นรารี จนฝ่ายสาวยอมไปบอกเลิก วชรวรรษ แต่ตัวเองต้องลำบากเพราะ นรารี หลงรัก ทองเอก จริงๆ ฟาก เสี่ยทำนุ คิดแค้น วางแผนลักพาตัว ฝน จนทุกคนช่วยกันตามหา สุดท้าย ธราทิตย์ ช่วย ฝน ออกมาได้ สมุน เสี่ยทำนุ ตามมายิงพลาดถูก ใบไผ่ ที่เอาตัวบัง วชรวรรษ จนเขาซึ้งใจอย่างมาก

ใบไผ่ ถูก คุณหญิงทิพยวดี หรือ ย่าใหญ่ ของครอบครัว จับเปิดตัวหมั้นหมายกับลูกชายเพื่อน โดยวางแผนให้ ใบไผ่ ทำขนมไทยในงานวันเกิด วชรวรรษ ฉุนเข้ามาลาก ใบไผ่ ออกจากงาน จน ย่าใหญ่ โมโหมาก วชรวรรษ พา ใบไผ่ มาที่บ้านพักริมทะเล ทั้งคู่ปะทะคารมกัน แต่ก็เริ่มสัมผัสถึงความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กัน เจ้าพ่อหนุ่มจึงยกเลิกการแต่งงานกับ นรารี ทำให้ พยุทธ์ ไม่พอใจ ร่วมมือกับ เสี่ยทำนุ จัดการ วชรวรรษ

ใบไผ่ ห่วง วชรวรรษ จนฝีมือทำขนมตก วชรวรรษ ยอมทิ้งทุกอย่างกลับมาช่วย ใบไผ่ ทำขนม หญิงสาวจึงกลับ มาทำขนมอร่อยอีกครั้งและได้รู้ใจตัวเอง ทุกอย่างเกือบราบรื่น แต่ก็เกิดเรื่องให้ วชรวรรษ ต้องไปแก้แค้นที่ พยุทธ์ กับ เสี่ยทำนุ รวมหัวหลอกเขา ใบไผ่ เองยอมปลอมตัวเป็น ทองเอก อีกครั้งเพื่อตีสนิท นรารี แต่กลับทำให้ วชรวรรษ เข้าใจผิดคิดว่า ใบไผ่ มีอะไรกับ ทองเอก ทุกคนช่วยประสานรอยร้าวจน วชรวรรษ รู้ความจริง ใบไผ่ ปลอมตัวเป็น ทองเอก อีกครั้ง จนเกือบถูกลูกน้อง เสี่ยทำนุ ยิง แต่ วชรวรรษ เอาตัวเข้าบังกระสุนแทนจนบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งห้องไอซียู แต่สุดท้ายก็ปลอดภัย แต่แล้ว ย่าใหญ่ ก็ไม่อนุญาตให้ ใบไผ่ กับ วชรวรรษ แต่งงานกัน จนกว่าทั้งคู่จะพิสูจน์ ให้เห็นถึงความจริงใจ ทั้งสองจึงตกลงร่วมใจกันทำขนมที่อร่อยที่สุดให้ ย่าใหญ่ ได้ชิมจนชนะใจ ย่าใหญ่ ในที่สุด

แม่ค้า ขนมหวาน

สำหรับ มาร์ท-กฤษฎา เป็นอีกพระเอกเนื้อหอมของช่อง 3 ซึ่งในเรื่องนี้รับบท “วชรวรรษ” เจ้าพ่อสถานบันเทิงยามราตรี ที่ต้องจำทนรับช่วงธุรกิจครอบครัว แต่วันหนึ่งเมื่อเขามาพบกับแม่ค้าขนมหวาน ก็ทำให้จิตใจเขาอ่อนโยน และคิดที่จะหันหลังวงการ โดยนางเอกของเรื่องคือ เชอรี่-เข็มอัปสร รับบท “ใบไผ่” สาวห้าว ที่ผันชีวิตตัวเองจากนายช่างใหญ่มาเป็นแม่ค้าขนมหวาน เรียกว่าต่างกับบุคลิกตัวเองอย่างสุดขั้ว เรื่องนี้ความสนุกจะอยู่ที่พระเอกนางเอกที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เจอหน้ากันครั้งแรกพระเอกก็ฝังแค้นนางเอกด้วยรอยจูบทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีดาราดังคับคั่ง อาทิ สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา สุขพัฒน์, หลุยส์ สก็อต, ชิดจันทร์ รุจิพรรณ, ภัคจีรา วรรณสุทธิ์, เศรษฐา ศิระฉายา ฯลฯ