RSS

Monthly Archives: มีนาคม 2011

พลิกโฉมขนมไทยให้เป็นเครื่องหนัง

เครื่องหนังกับขนมไทย สองสิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้ว กลับกลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างลงตัว จากสมองและสองมือของสาวรุ่นใหม่อย่าง “คณิตา คนิยมเวคิน” ที่นำรูปทรงขนมไทยห่อใบตองชนิดต่างๆ มาใช้เป็นต้นแบบดีไซน์เครื่องหนัง สร้างความโดดเด่นทั้งแปลกใหม่ พร้อมใช้สอยได้จริง และที่สำคัญสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยออกมาได้อย่างมีสไตล์

 

 

คณิตา คนิยมเวคิน

          คณิตา เล่าว่า เรียนจบด้านออกแบบจากคณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และส่วนตัว ชื่นชอบงานเครื่องหนังมาตั้งแต่เด็ก จึงมักหาความรู้ในการทำเครื่องหนังเพิ่มเติมด้วยตัวเอง โดยนำทักษะความรู้การออกแบบมาต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนที่สุดยึดเป็นอาชีพหลัก ทำและขายภายใต้แบรนด์ “Kanita”

ขนมใส่ไส้ทำเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์

ข้าวต้มมัดเป็นที่ใส่พวงกุญแจ

เบื้องต้นจะออกแบบในกระดาษเสียก่อน แล้วค่อยทดลองทำด้วยวัสดุหนังจริง โดยทุกแบบออกแบบให้ง่ายต่อใช้งานของผู้บริโภค ค่อยๆ ปรับแต่งลองผิดลองถูก กว่าจะลงตัวใช้เวลาร่วมเดือน ขณะนี้มีด้วยกัน 5 แบบ ประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกันไป ได้แก่ ขนมใส่ไส้ กับขนมเทียนเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์ ข้าวต้มมัดเป็นที่ใส่พวงกุญแจ กระทงใบตองสำหรับใส่ที่หนีบกระดาษ และขนมจากเป็นกระเป๋าใส่เครื่องเขียน

                                                                   กระทงใบตองสำหรับใส่ที่หนีบกระดาษ

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายวางไว้ที่ผู้รักงานเครื่องหนัง ชื่นชอบในงานดีไซน์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร รวมถึง ชาวต่างที่จะซื้อหากลับไปเป็นของที่ระลึก สามารถสื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างดี ตั้งราคาขายปลีกอยู่ที่ชิ้นละ 300-500 บาท

                                                       ขนมเทียนทำเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์

นอกจากเครื่องหนังดีไซน์ขนมไทยห่อใบตองแล้ว งานเครื่องหนังชิ้นอื่นๆ ของ“Kanita” ยังมากไปความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน มีสินค้ากว่า 10 รายการ เช่น สมุดโน้ตปกหนัง กระเป๋าใส่นามบัตร พวงกุญแจหนัง ที่ห้อยโทรศัพท์มือถือหนัง สายคล้องคอ เป็นต้น ราคาตั้งแต่หลักสิบถึงสูงสุดไม่เกิน 400 บาท ทุกชิ้นมีจุดเด่นเป็นงานแฮนด์เมด ทำจากหนังวัวแท้ เกรดเอ และที่สำคัญ ทุกชิ้นมีจุดเด่นสามารถระบุอักษรชื่อ หรือข้อความที่ลูกค้าต้องการลงไปได้ ช่วยเพิ่มคุณค่าสินค้า และสร้างความประทับใจแก่ผู้ได้รับมากยิ่งขึ้น

                                                                   ทำด้วยแฮนด์เมด

ในส่วนการผลิต คณิตา เผยว่า ใช้วิธีออกแบบ และทำสินค้าต้นแบบด้วยมือตัวเอง จากนั้น ไปว่าจ้างช่างหนังให้ตัดเย็บตามแบบและปริมาณที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ในส่วนขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและสำคัญ อย่างการตอกสลักชื่อ ยังคงลงมือทำด้วยตัวเอง

ขนมจากเป็นกระเป๋าใส่เครื่องเขียน

ช่องทางตลาด ในส่วนสินค้าดีไซน์ขนมไทยห่อใบตอง วางขายที่ร้าน TCDC ชั้น 6 ห้างดิเอ็มโพเรียม ส่วนสินค้าอื่นๆ จะออกบูทขายที่ตลาดนัดไอเดีย Crystal Design Center (CDC) ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ อีกทั้ง ขายผ่านออนไลน์ที่ http://www.facebook.com/bykanita และรับผลิตตามคำสั่งซื้อ

 เธอเล่าว่า หลังเรียนจบได้เข้าทำงานประจำ ฝ่ายออกแบบในบริษัทเอกชน แต่เพราะรักในงานเครื่องหนัง จึงพยายามหาความรู้การผลิตเครื่องหนังเสมอ และมักลองทำเครื่องหนังใช้เอง และมอบแด่คนใกล้ชิด ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่พบเห็นผลงาน ต่างชื่นชมในความสวยงาม และขอซื้อต่อ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจเริ่มทำขายคนรอบตัว จากนั้น ขยายทำเป็นอาชีพเสริม จนในที่สุด ตัดสินใจจะออกมายึดเป็นอาชีพหลักในปัจจุบัน
 “ทุกอย่าง ฉัตรจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่ได้ใช้เงินลงทุนมากนัก เบื้องต้นแค่ประมาณ 5พันบาท เริ่มจากทำเองทุกอย่างคนเดียว ตั้งแต่ไปหาซื้อวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ตัดเย็บหนัง ตอกหมุด ตัดกระดาษ ฯลฯ ซึ่งข้อดีทำให้เราเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด นอกจากนั้น ยังไปขายด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังข้อติชมจากลูกค้า นำมาปรับปรุงแก้ไขตลอดเวลา” เจ้าของไอเดีย เผย
       
       ทิ้งท้ายถึงก้าวต่อไป เธอบอกว่า จะไม่หยุดสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มเติมสินค้าทั้งกระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย รวมถึง ต่อยอดเครื่องหนังขนมไทยห่อใบตองให้หลากหลายยิ่งขึ้น นอกจากนั้น กำลังหาพื้นที่เปิดหน้าร้านเป็นจุดขายและแสดงสินค้าของตัวเอง

 

เคล็ดลับการกินขนมไทย

สำหรับคนกลัวอ้วน ห่วงหวาน

…..ด้วยวัตถุดิบที่หลากหลายทำให้ขนมไทยแตกหน่อออกลายมากมายหลายชนิด ในขณะที่รสชาติหอมหวานมันก็พัฒนาจนกลายเป็นศิลปะชั้นเลิศทางด้านอาหาร ทำให้ขนมไทยมีความพอดีอยู่ในตัว คือ ไม่หวาน ไม่มันจนเกินพอดี แต่อย่างไรก็ดีขนมไทยก็ยังเป็นของหวานที่คนบางคนอาจจะต้องระมัดระวังอยู่บ้าง โดยเฉพาะสำหรับคนที่กลัวอ้วนห่วงหวานแต่ไม่อยากจะพลาดขนมไทย…..

 

ข้อแนะนำการกินขนมไทยแบบระวังหวาน

……ให้เลือกกินขนมไทยประเภทที่มีส่วนประกอบของน้ำหรือเป็นขนมน้ำดีกว่าขนมประเภทเชื่อม หรือขนมแห้ง เพราะการที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบในขนมมากๆ จะทำให้มีสัดส่วนของแป้งและน้ำตาลน้อย ขนมที่แนะนำ อาทิ ตะโก้แห้ว กล้วยบวดชี แกงบวดเผือก เผือกน้ำกะทิ ลอดช่องน้ำกะทิ ผลไม้ลอยแก้ว วุ้นน้ำเชื่อม ซึ่งขนมน้ำประเภทที่ไม่ใช่แกงบวด ถ้ารู้สึกว่าหวานมากเราสามารถเติมน้ำแข็งใส่เพิ่มเข้าไปได้ ขนมประเภทนี้จะให้พลังงานน้อยกว่าขนมประเภทเชื่อมหรือขนมแห้งอย่างพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง หรือเม็ดขนุนค่อนข้างมาก….

 

 

เสริมดวงตามราศีกับขนมไทย

 

เสริมดวงตามราศีกับขนมไทย

ราศีมังกร (เกิดระหว่าง 15 ม.ค.-14 ก.พ.)
        ขนมสวยหลากสี สร้างสรรค์ให้ชีวิตแปลกใหม่ เป็นคนธาตุดิน ต้องเสริมความตื่นเต้นแปลกใหม่กับชีวิตด้วยขนมชั้นสีสวยๆ เยลลี่ลายหวานๆ หรือลูกชุปช่วยเสริมสง่าราศีให้โดนเด่นดีที่สุด เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำหวานสีต่างๆ 
 

 

 

    ราศีกุมภ์ (เกิดระหว่าง 15 ก.พ.-14 มี.ค.)
      โดดเด่นเป็นที่สนใจด้วยขนมหายาก เป็นคนธาตุลม ชอบขนมเบเกอรี่ ขนมเค้ก แต่มีขนมไทยหลายประเภทที่ช่วยเสริมดวงชะตา อาทิ สัมปันนี ฝอยทอง เครื่องดื่มที่เหมาะคือ น้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำแอปเปิ้ล 

    ราศีมีน (เกิดระหว่าง 15 มี.ค.-14 เม.ย.)
      โชคดีทุกการเดินทางด้วยขนมพื้นบ้านหลากแบบ เป็นคนธาตุไฟที่ไม่ค่อยใจร้อนเท่าไหร่ ขนมพื้นบ้านจะช่วยเสริมให้เจ้าตัวโชคดีเรื่องการเดินทาง อาทิ ข้าวเม่า ข้าวตอก ข้าวตัง เล็บมือนาง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นประเภทน้ำผักผลไม้ 

    ราศีเมษ (เกิดระหว่าง 15 เม.ย.-14 พ.ค.)
       ลดอารมณ์ร้อนๆ ด้วยขนมเย็น เป็นคนธาตุไฟ มีนิสัยใจร้อนหงุดหงิดง่าย ควรแก้เคล็ดด้วยขนมประเภทเย็นๆ อาทิ ขนมลอดช่อง กระท้อนลอยแก้ว จะช่วยให้อารมณ์เย็นมีชีวิตชีวา สิ่งที่ติดขัดหรือมีปัญหาจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำผลไม้ปั่น อาทิ น้ำสับปะรด น้ำกระเจี้ยบ 

    ราศีพฤษภ (เกิดระหว่าง 15 พ.ค.-14 มิ.ย.)
       เสริมความก้าวหน้าด้วยขนมเนื้อแน่น เป็นคนธาตุดิน หนักแน่น มั่นคงมีความรักชอบในศิลปะแบบโบราณ ขนมที่ช่วยเสริมราศี อาทิ ตะโก้ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ เก็กฮวย 

     ราศีเมถุน (เกิดระหว่าง 15 มิ.ย.-14 ก.ค.)
        ขนมหายากสร้างเสน่ห์ให้เป็นที่รัก เป็นคนธาตุลม จิตใจแปรปรวน ขนมที่เสริมดวงชะตาให้เป็นที่รักของผู้อื่นอาทิ ขนมหน้านวล เครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้เช่นไวน์ พันซ์ 

     ราศีกรกฎ (เกิดระหว่าง 15 ก.ค.-14 ส.ค.)
        ชีวิตมีสีสันด้วยขนมรสชาติหวานมัน เป็นคนธาตุน้ำ ใจเย็นเพราะใจดีมีความนุ่มนวลขนมที่เสริมดวงชะตาสง่าราศี อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา สังขยาฟักทอง ขนมประเภทแกงบวช เครื่องดื่มที่เหมาะคือประเภทน้ำหวาน ชา หรือกาแฟ ทั้งร้อนและเย็น 

    ราศีสิงห์ (เกิดระหว่าง 15 ส.ค.-14 ก.ย.)
        เสริมความหรูหราด้วยขนมชื่อสิริมงคล เป็นคนธาตุไฟ ที่ค่อนข้างเอาแต่ใจขนมที่มีสีแดง ส้ม ทอง อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฏ ข้าวเหนียวแดงจะช่วยเสริมความสง่างามและเสน่ห์ให้ตนเอง เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำสมุนไพร พวกน้ำจับเลี้ยง ชา ดอกคำฝอย 

    ราศีกันย์ (เกิดระหว่าง 15 ก.ย.-14 ต.ค.)
        คนรอบข้างรักใคร่เมตตาด้วยขนมสีขาว เป็นคนธาตุดิน ที่ค่อนข้างใจเย็น ขนมที่คู่บารมีกับชาวกันย์ ต้องมีสีขาวหรือสีนวลเมตตา ขนมผิง ขนมหน้านวล หรือวุ้นกระทิ จะช่วยให้คนรอบข้างรักใคร่ เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นพวกน้ำสมุนไพร รังนก หรือโสม 

    ราศีตุลย์ (เกิดระหว่าง 15 ต.ค.-14 พ.ย.) 
        ขนมหลากสีสัน ผลักดันให้งานก้าวหน้า เป็นคนธาตุลม ที่ไม่ค่อยยินดียินร้ายกับอะไรทั้งสิ้น ขนมที่เสริมบารมีกับหน้าที่การงานต้องมีสีสันสดใส เช่น ขนมสัมปันนี ช่อม่วง วุ้นกรอบ ข้าวเม่า เครื่องดื่มที่เหมาะควรเป็นน้ำผลไม้และนม 

     ราศีพิจิก (เกิดระหว่าง 15 พ.ย.-14 ธ.ค.)
         ขนมผสมกระทิเนรมิตความร่ำรวย เป็นคนธาตุน้ำ มีความเป็นตัวของตัวเองสู้งานหนักสุขุม เหมาะกับขนมหวานประเภทแกงบวช ครองแครง ปลากริมไข่เต่า บัวลอย จะช่วยเสริมความร่ำรวย เครื่องดื่มที่เหมาะต้องมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว 

    ราศีธนู (เกิดระหว่าง 15 ธ.ค.-14 ม.ค.)
       ขนมมงคลพิธี ช่วยให้มีแต่คนเมตตา เป็นคนธาตุไฟ เหมาะที่สุดกับขนมที่มีชื่อเป็นมงคลจะเสริมให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้างเช่นขนมทองเอก โพรงแสม รังนก เครื่องดื่มที่เหมาะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำตาลสด ชา กาแฟ

     ใครราศีไหนก็เลือกดูเลือกทานกันได้เลยนะคะ รับรองว่าทั้งอร่อยและช่วยเสริมดวงได้ด้วย แต่ก็อย่าทานเยอะนะคะ เดี๋ยวจะอ้วนได้ง่ายๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ThaiZa 

 

ตำนานขนมครก ขนมแห่งความรัก

ขนมแห่งความรัก

 ไอ้กะทิ หนุ่มน้อยแห่งดงมะพร้าวเตี้ย  แอบมีความรักกับ หนูแป้ง สาวสวยประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้าน   ทั้งคู่เจอกันวันลอยกระทง  และสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าแม้จะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอยึดมั่นความรักแท้ที่มีต่อกันชั่วฟ้าดินสลาย  ไอ้กะทิ ก้มหน้าก้มตาเก็บหอมรอมริบหาเงินเพื่อมาสู่ขอลูกสาวจากผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับถูกปฏิเสธแถมยังโดนผู้ใหญ่ส่งชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือมาลอบทำร้าย  แต่ไอ้กะทิก็ไม่ว่ากระไร  มันพาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้าน นอนหยอดน้ำข้าวต้มซะหลายวัน  แต่ใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาสู่ขอหนูแป้งใหม่จนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน แต่แล้วความฝันของไอ้กะทิ ก็พังพินาศเมื่อผู้ใหญ่ยก หนูแป้ง ลูกสาวคนสวยให้แต่งงานกับปลัดหนุ่มจากบางกอก  ไอ้กะทิ รู้ข่าวจึงรีบกระเสือกกระสนหมายจะมายับยั้งการแต่งงานครั้งนี้   ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็วางแผนป้องกันไว้แล้ว  โดยขุดหลุมพรางดักรอไว้แต่แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้ายเสียก่อน จึงลอบหนีออกมาหมายจะห้ามหนุ่มคนรักไม่ให้ตกหลุมพราง คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม หนูแป้งวิ่งฝ่าความมืดออกมาเพื่อดักหน้าไอ้กะทิ   ไอ้กะทิเห็นหนูแป้งวิ่งมาก็ดีใจทั้งคู่รีบวิ่งเข้าหากัน   

     ฉับพลัน!!…ร่างของหนูแป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ฯผู้เป็นพ่อ  ต่อหน้าต่อตาไอ้กะทิ  อารามตกใจนายกะทิก็รีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือหนูแป้ง  อารามดีใจสมุนชายฉกรรจ์ของผู้ใหญ่บ้านซึ่งแอบซุ่มอยู่   ก็รีบเข้ามาโกยดินฝังกลบหลุมที่ทั้งคู่หล่นลงไป  เพราะคิดว่าในหลุมมีเพียงไอ้กะทิผู้เดียว … รุ่งเช้าผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ขุดหลุมเพื่อดูผลงาน  แทบไม่เชื่อสายตาเบื้องล่างปรากฏร่างของ ไอ้กะทิตระกองกอดทับร่างหนูแป้งลูกสาวของตน  ทั้งสองนอนตายคู่กันอย่างมีความสุข  เมื่อรอยยิ้มถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตา  ผู้ใหญ่บ้านรำพึงต่อหน้าศพของลูกสาวว่า..“พ่อไม่น่าคิดทำลายความรักของลูกเลย”ตั้งแต่นั้นมาอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี ทุกแรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ชาวบ้านที่ศรัทธาในความรักของไอ้กะทิ กับ แม่แป้ง ก็จะตื่นตั้งแต่เช้ามืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้ง และกะทิ บรรจงหยอดลงหลุม  พอสุกได้ที่ก็แคะจากหลุม แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นสัญลักษณ์ว่า “จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป”  ขนมนี้จึงถูกเรียกขานกันในนาม  “ขนมแห่งความรัก” หรือ ขนม คน-รัก-กัน ต่อมาถูกเรียกย่อ ๆ ว่า ‘ขนม ค-ร-ก’ นั่นเอง

 

เพลงขนมไทยหายไป

เพลงขนมไทยหายไป
ขับร้องโดย หม่งม้ง
เพลงลูกทุ่งหรือลูกกรุง

 

รายชื่อวัตถุดิบ

เกลือ  ในขนมหวานไทย เกลือให้รสเค็มมีบทบาทสำคัญ ทำให้ขนมเกิดรสชาติน่ารับประทานขึ้น เพราะเมื่อนำไปผสมกับกะทิ หรือมะพร้าว

 ไข่  ไข่ที่นำมาใช้ในการทำขนมไทยนิยมใช้ไข่ไก้เป็นส่วนมาก และรองลงมาคือไข่ป็ด ส่วนไข่อื่นๆ เช่น ไข่ห่าน ไข่นกกระทา จะไม่นิยมใช้ไข่ไก่จะมีลักษณะเปลือกสีนวล มีขนาดเล็กกว่าไข่เป็ด น้ำหนักของไข่อยู่ที่ 50,60,70 กรัม หรือมีเบอร์ต่างๆ เช่น เบอร์ 2,3,4 เป็นต้น ในการทำขนมไทยนิยมใช้ใข่ไก่มากกว่าไข่เป็ด เพราะไข่เป็ดมีกลิ่นคาวมากว่าไก่  และต้องใช้กลินน้ำหอมหรือดอกไม้มาดับกลิ่นคาว ไข่ไก่ที่นำมาใช้ในการทำขนมไทย เช่น ขนมฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ทองเอก เม็ดขนุน ขนมปุยฝ้าย ฯลฯ

น้ำตาลโตนด ได้มาจากต้นตาล นิยมทำเป็นก้อน จะมีกลิ่นหอมของตาล มีรสหวาน มีรสหวานแหลม มีราคาสูงกว่าน้ำตาลมะพร้าว การนำไปใช้กับขนมไทยเช่นเดียวกับน้ำตาลมะพร้าว

น้ำตาลทรายขาว เป็นน้ำตาลที่ผ่านกระบวนการฟอกสีแล้ว น้ำตาลจะมีสีขาวบริสุทธิ์ มีทั้งเม็ดละเอียดและเม็ดหยาบ นิยมนำมาใช้กับขนมไทยที่ต้องการให้ขนมมีสีสวยใส ไม่ขุ่นมัว เช่น การนำมาทำน้ำเชื่อมในการทำขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จะได้ขนมสีเหลืองทองใส ไม่คล้ำมัว หากน้ำตาลมีสีน้ำตาลเข้ม ขขนมที่ได้จะมีสีเหลืองคล้ำ ไม่น่ารับประทาน

น้ำตาลทรายสีน้ำตาล เป็นน้ำตาลทรายเช่นเดียวกัน แต่มีสีเข้มกว่า เมื่อนำไปเป็นส่วนผสมของขนมไทยจะทำให้ขนมคล้ำ ไม่น่ารับประทาน จึงนิยมใช้กับขนมที่ไม่ต้องการให้เห็นสีชัดเจน เช่น การทำน้ำเชื่อม ขนมกวนทุกชนิด

น้ำตาลมะพร้าว ได้มากจากต้นมะพร้าว มีลักษณะเป็นก้อนและเหลว มีสีน้ำตาล ถ้าชนิดเหลวบรรจุอยู่ในปีบ แต่ในปัจจุบันมีการบรรจุถุงพลาสติกหรือภาชนะพลาสติกขายในปริมาณ 1 กิโลกรัม ชนิดที่เป็นก้อนจะมีกลิ่นหอม บรรจุใส่ถุงพลาสติกวางขายทั่วไป น้ำตาลชนิดนี้มีกลิ่นหอมจากธรรมชาติ นิยมผสมในส่วนผสมขนมไทยที่ต้องการกลิ่นหอมจากน้ำตาล เช่น สังขยา ขนมหม้อแกง น้ำกะทิลอดช่อง ปลากริมไข่เต่า ในการเก็บรักษานำใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

 แป้งกวนไส้หรือแป้งโมดิฟายด์ เป็นแป้งที่มีลักษณะเนื้อละเอียดขาว นิยมนำมาผสมกับแป้งชนิดอื่นๆเพื่อให้ไดคุณสมบัติพิเศษเช่นเดียวกับแป้งข้าวโพด แต่แป้งกวนไส้จะมีคุณสมบัติในการทรงตัวได้ดีกว่า จะไม่คืนตัวเช่นแป้งข้าวโพด นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในการทำขนมที่มีลักษณะกวน เช่น สังขยาทาขนมปัง การผสมลงในกะทิสำหรับแต่งหน้าขนม เพื่อให้กะทิทรงตัวอยู่ได้นาน ไม่คืนตัว การเลือกซื้อและการเก็บรักษาเช่นเดียวกับแป้งมัน

แป้งข้าวเหนียวขาว เป็นแป้งที่ได้จากการนำข้าวเหนียวขาวโม่จนละเอียด จะมี 2 ลักษณะคือ แป้งสดและแป้งแห้ง แป้งสดจะทำเช่นเดียวกับแป้งข้าวเจ้าสด นิยมนำมาใช้ทำขนมบัวลอย ขนมบ้าบิ่น ขนมไข่หงส์ ขนมถั่วแปบ เป็นต้น สำหรับแป้งเป็นแป้งแห้งที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน สะดวกในการเก็บและการนำมาใช้ สามารถใช้ทำขนมไทยได้ทุกชนิด ควรเลือกซื้อแป้งที่ไม่มีกลิ่นอับหรือตัวมอด

แป้งข้าวเหนียวดำ ทำจากข้าวเหนียวดำ โดยปกติจะมีการผมสแป้งข้าวเหนียวขาวลงไปด้วย เพราะแป้งจะมีสีดำมาก และเนื้อแป้งเมื่อนำมาทำขนมจะมีความกระด้างไม่นุ่มนวล เมื่อเติมแป้งข้าวเหนียวขาวลงไปจะช่วยให้สีและเนื้อขนมมีความนุ่มนวล มีทั้งชนิดแป้งสดและแป้งแห้งเช่นเดียวกับแป้งข้าวเหนียวขาว นิยมนำมาทำขนมถั่วแปบ ขนมสอดไส้

แป้งข้าวโพด เป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด เมื่อนำมาทำเป็นแป้งข้าวโพดจะมีลักษณะเนื้อเนียนละเอียด มีลักษณะลื่นเช่นเดียวกับแป้งมัน แต่แป้งจะมีสีขาวนวล ไม่ขาวสนิทเหมือนแป้งมัน นิยมนำมาผสมกับแป้งชนิดอื่นเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการทรงตัว การขึ้นเงาวาว และความนุ่ม เช่น การทำขนมชั้น ขนมสังขยา การเลือกซื้อและการเก็บรักษาเช่นเดียวกับแป้งมัน

แป้งถั่วเขียว เป็นแป้งที่ทำจากถั่วเขียว เมื่อก่อนจะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆสีขาว ก่อนนำมาบดหรือโขลกให้ละเอียด แต่ในปัจจุบันแป้งชนิดนี้จะมีเนื้อเป็นผงละเอียด มีสีขาวสะอาด ไม่มีสิ่งเจือปน มีคุณสมบัติในการทรงตัวได้ดี จึงนิยมนำแป้งถั่วเขียวไปผสมในส่วนผสมของขนมไทยชนิดต่างๆเพื่อการทรงตัวที่ดีและมีลักษณะใส นิยมนำไปทำขนมซ่าหริ่ม ตะโก้ ขนมลืมกลืน ลอดช่องแก้ว

แป้งเท้ายายม่อม แป้งชนิดนี้ทำจากหัวเท้ายายม่อม นำมาผ่านกระบวนการผลิตจนออกมาเป็นแป้งที่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆสีขาวนวล มีราคาสูง มีคุณสมบัติคล้ายกับแป้งถั่วเขียวคือ เมื่อนำมาใช้จะมีสีสดใส ทรงตัวได้ดี เช่น การนำไปผสมในส่วนของขนมชั้น ทับทิมกรอบ ข้าวเกรียบอ่อน ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมกรวย กะละแม เป็นต้น

แป้งมัน ผลิตภัณฑ์ที่มาจากมันสำปะหลัง มีลักษณะพิเศษกว่าแป้งอื่นๆคือ มีลักษณะลื่น เนื้อละเอียดนุ่ม สีขาวนวล นิยมนำไปใช้ผสมกับแป้งอื่นๆเพื่อเพิ่มคุณสมบัติของแป้ง แป้งชนิดนี้จะมีราคาค่อนข้างต่ำ สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งปัจจุบันจะมีการผลิตออกมาหลายบริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีคุณสมบัติที่แตดต่างกันออกไป ก่อนนำมาใช้ในจำนวนมากจึงควรศึกษาหรือทดลองนำมาใช้ก่อน เพื่อจะได้แป้งที่มีคุณสมมบัติตามต้องการ เช่น แป้งมันบางชนิดเมื่อนำมาใช้ ลักษณะขนมที่ได้จะเปื่อยยุ่ยเร็วกว่าบริษัท บางบริษัทจะมีความเหนียวคงทนมาก จึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน เช่น การใช้แป้งทำขนมชั้น ขนมสังขยา ฯลฯ

 

แป้งสาลี ในการทำขนมไทยสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน เพราะแป้งสาลีแบ่งได้ 3 ชนิด คือ
1.แป้งสาลีชนิดเบา นิยมนำมาใช้กับขนมที่มีลักษณะเบาฟู เช่นขนมปุยฝ้าย ขนมสาลี่ ขนมไข่ เป็นต้น
2.แป้งสาลีเอนกประสงค์ นิยมนำมาใช้ทำขนมกรอบเค็มเข่น ครองแครงกรอบ ทองม้วน ขนมเกลียว เป็นต้น3.แป้งสาลีชนิดหนัก แป้งชนิดนี้ไม่นิยมนำมาใช้กับขนมไทย เพราะมีโปรตีนสูง จะทำให้ขนมมีความเหนียวแน่น

มะพร้าวกะทิ คือ มะพร้าวที่มีลักษณะพิเศษ จะมีเนื้อหนาเป็นปุยขาว น้ำจะข้นหนืดเป็นยาง นิยมนำมาใส่เป็นส่วนผสมของขนมต่างๆ เช่น น้ำแข็งใส ทับทิมกรอบ

มะพร้าวทึนทึก คือ มะพร้าวกลางอ่อนกลางแก่ กะลาจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ถ้าเป็นสีดำแสดงว่าเป็นมะพร้าวแก่ เปลือกเป็นสีขาว นิยมนำมาขูดด้วยมือแมว ขนมที่ใช้กับมะพร้าวทึนทึก เช่น ขนมถั่วแปบ ขนมมัน ขนมขี้หนู ขนมเหนียว ขนมเกสรลำเจียก มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวห้าว คือ มะพร้าวที่แก่จัด นำมาขูดแล้วคั้นให้เป็นน้ำกะทิ

มะพร้าวอ่อน คือ มะพร้าวที่มีเปลือกบาง มีสีขาว เนื้อมะพร้าวจะนุ่ม นิยมนำมาใช้กับขนมต่างๆดังนี้ วุ้นน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวเปียก เป็นต้น

 

วัสดุและอุปกรณ์

กรวยหยอดไข่แมงดาเทียม  คล้ายกับกรวยหยอดฝอยทอง เป็นรูปกรวย มีรูปลายกรวย 1 หรือ 2 รู แต่รุจะใหญ่กว่ากรวย หยอดฝอยทอง วัสดุที่ใช้ทำอาจเป็นทองเหลืองหรือสแตนเลส

กรวยหยอดฝอยทอง ลักษณะของพิมพ์ เป็นรูปกรวยมีด้ามถือที่ปลายกรวย เจาะรูเดียวหรือ 2 รู วัสดุที่ใช้ทำเป็นทองเหลือง สแตนเลสก็ได้

กระจ่าละเลงขนมเบื้อง

ลักษณะ ประกอบด้วยส่วนตัวกระจ่า ซึ่งทำจากกะลาขัดเงา ตัดออกมาเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว และด้ามเป็นไม้ตัดให้โค้งงอเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการละเลง แต่สมัยโบราณอาจมีการแกะสลักด้าม เพื่อความสวยงามก็

กระชอนกรองกะทิ

ลักษณะ คล้ายตะแกรงร่อนแป้ง แต่จะเป็นตะแกรงล้วน หรือทำด้วยอลูมิเนียมเจาะรู มีด้ามถือ มีหู สำหรับพาดเกาะหม้อหรืออ่างเวลาคั้นกะทิ  เมื่อใช้เสร็จล้างให้หมดกากมะพร้าว แขวนไว้ ผึ่งให้แห้ง

มี

กระต่ายจีน

ลักษณะ เป็นไม้กระดานแผ่นยาว มีเหล็กแหลม หรือตะปูขนาดเล็กตัดปลายโผล่ขึ้นมาประมาณครึ่งซ.ม ใช้สำหรับขูดมะพร้าว และมันต่างๆที่ต้องการให้เป็นฝอย

วิธีใช้ มะพร้าวปอกเปลือก กะเทาะกะลาออก ถ้าต้องการมะพร้าวขูดขาวก็ขูดผิวสีดำออก ขูดมะพร้าวที่เป็นชิ้นกับกระต่ายจีน ลักษณะที่ได้จะคล้ายกับมะพร้าวที่ขูดด้วยเครื่องขูดไฟฟ้า ถ้าต้องการขูดมันสำปะหลัง หรือมันอื่นๆก็ทำลักษณะเดียวกัน

กระทะทองเหลือง เป็นกระทะที่เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสีค่ะ ซึ่งตัวทองแดงเองเนี่ย มีคุณสมบัติเกิดสนิมได้ยาก ดังนั้นเมื่อนำมาใช้ทำกระทะทองเหลือง ตัวกระทะทองเหลืองจึงไม่ทำปฏิกิริยากับกรดหรือสารใด ๆ และเกิดสนิมได้ยากไปด้วยและเมื่อเราเอากระทะทองเหลืองมาทำอาหารหรือขนม ทำให้อาหารไม่ค่อยติดกระทะ และกลิ่นของอาหารก็ไม่ติดไปกับกระทะเช่นกัน ทั้งช่วยให้อาหารมีสีสดใส พวกทองหยิบ ทองหยอด ก็จะเป็นสีทองสวย

ช้อนตวง  ช้อนตวง มีชนิดที่ทำด้วยสแตนเลส อลูมิเนียม พลาสติก  มี 4 ขนาดคือ 1 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนชา ครึ่งช้อนชา และหนึ่งส่วนสี่ช้อนชา

 

ตะแกรงร่อนแป้ง ลักษณะ เป็นตะแกรงกลม ทำด้วยสแตนเลส ทองเหลือง หรือไม้ ไม่มีด้ามถือ ใช้ร่อนแป้ง น้ำตาล ในส่วนผสมของขนมที่ต้องการความละเอียด ฟูเบา ขนมบางชนิดต้องฝนแป้งดิบ เช่น ขนมขี้หนูหรือขนมทราย ใช้ตะแกรงร่อนแป้งร่อน จะได้เม็ดขนมที่ละเอียด ดีกว่าฝนด้วยกระชอนกรองกะทิ

เมื่อใช้เสร็จล้างน้ำใช้แปรงขัดสิ่งสกปรกที่ตะแกรงออกให้หมด ผึ่งแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้ครั้งต่อไป ถ้านำมาใช้ขณะที่ตะแกรงยังไม่แห้ง แป้งจะเกาะติดทำให้อุดตัน ร่อนแป้งไม่ออก

พายยาง  ลักษณะ คล้ายพายไม้ แต่ทำด้วยพลาสติก ใช้สำหรับผสมส่วนผสมให้เข้ากัน หรือปาดส่วนผสมที่เลาะอยู่ปากอ่างให้รวมอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ควรกวนผสมของร้อน หรือนำไปผัดแทนตะหลิว เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกละลายปนกับอาหารทำให้เกิดอันตรายได้

พิมพ์ขนมไข่ ลักษณะของพิมพ์ พิมพ์ขนมไทยส่วนใหญ่จะทำด้วยทองเหลือง ประกอบไปด้วย ช่องสำหรับหยอดแป้งลงไป ประมาณ 12 ช่อต่อ 1 พิมพ์ แต่ละช่องอาจจะประกอบด้วย รูปดอกไม้ กลม รี หรือรูปเหลี่ยม พิมพ์ขนมไข่จะมีฝาซึ่งทำด้วยทองเหลืองหนา สำหรับใส่ถ่านซึ่งจะทำให้ความร้อนด้านบนองขนม มีห่วงที่ฝา ซึ่งจะใช้เหล็กงอยฝาขึ้น เวลาที่หยอดขนมหรือแซะขนมออกจากพิมพ์

พิมพ์ขนมปลากริม ลักษณะของพิมพ์ เป็นแผ่นทองเหลืองหรือแผ่นสังกะสี เจาะรูตรึงทั้ง 4 ด้านกับไม้

วิธีการใช้ พาดตะแกรงบนหม้อน้ำเดือด ใช้แป้งดิบกดลงบนตะแกรง แป้งจะเป็นเส้นตกลงไปในหม้อ พอสุกแป้งจะลอย ตักขึ้นแช่น้ำเย็น วิธีนี้อาจใช้กับการทำลอดช่องสิงคโปร์ก็ได้

พิมพ์ขนมเรไร ลักษณะของพิมพ์ ประกอบด้วยไม้ 2 ชิ้น ประกบติดดิน มีบานพับติดสำหรับยกขึ้นใส่แป้ง ข้างหนึ่งจะเจาะดป็นช่องกลม มีสังกะสีเจาะรูบุอีกที อีกข้างหนึ่งจะมีไม้กลมยื่นออกมาขนาดเล็กกว่าช่องกลมอีกข้างหนึ่งนิดหน่อย

พิมพ์ครองแครง หรือร่องกดครองแครง  ลักษณะของพิมพ์ เป็นไม้หรือพลาสติกมีร่องถี่ๆ เป็นแนวยาวมีด้ามถือ ถ้าร่องห่างหรือใหญ่ไป ขนมจะไม่สวย ควรเลือกร่องถี่พอสมควรและร่องลึก

วิธีการใช้ โรยนวลแป้ง บนตัวพิมพ์แล้วเคาะออกอย่าให้หนามาก ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ใช้หัวแม่มือกดแป้งออกนอกตัวแป้งก็จะม้วนเป็นตัวหอย มีรอยหยักลึกตามพิมพ์

พิมพ์ซ่าหริ่ม ลักษณะของพิมพ์เหมือนกับพิมพ์ลอดช่องทุกอย่าง แต่รูที่เจาไว้เล็กกว่า เพื่อให้เส้นซาหริ่มที่ออกมาสวยงาม

พิมพ์ดอกจอก ลักษณะของพิมพ์ เป็นทองเหลืองทำเป็นรูปดอกไม้โปร่ง มีเหล็กยาวสำหรับถือติดกับตัวพิมพ์

พิมพ์ไม้ ลักษณะของพิมพ์ เป็นแท่งไม้ กว้าง ยาว ประมาณ 2×6 นิ้ว หนา 1นิ้วครึ่ง ขุดลงไปในเนื้อไม้ เป็นรูปลายต่างๆ เช่น นก ดอกไม้ ผลไม้ พิมพ์ชนิดนี้ เหมาะสำหรับใช้ทำขนมทองเอก สำปันนี ถ้าพิมพ์ลายละเอียดเกิน ขนมออกมาจะไม่สวย เพราะจะเห็นลายไม่ชัดเจน ถ้าลายหยาบแต่ลึก ขนมที่ออกมาจะมีลายคมชัดสวยงามกว่า และทำความสะอาดง่ายด้วย

พิมพ์วุ้น ลักษณะของพิมพ์ จะเป็นอลูมิเนียม เหล็ก หรือทองเหลืองเป็นเส้นคมขดหรือตัดเป็นรูปต่างๆ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ นก สัตว์ต่างๆ ใช้สำหรับกดลงไปบนขนมหรือของที่ไม่แข็งมาก เป็นการตกแต่งให้สวยงาม ที่ใช้กันมากได้แก่ กดลงไปบนวุ้นกะทิ หรือวุ้นหวานต่างๆ ถ้ากดลงบนผักหรือผลไม้ แล้วนำไปประกอบอาหารก็ได้เช่นกัน

พิมพ์อลูมิเนียม ลักษณะของพิมพ์ จะเป็นอลูมิเนียมรูปร่างต่างๆเช่น ถ้วยกลมจีบ ถ้วยสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมรูปกระต่าย รูปปลา พิมพ์ชนิดนี้ถ้าจิบถี่ๆจะทำความสะอาดยาก เวลาใช้เสร็จควรแช่น้ำให้สิ่งสกปรกที่ติดหลุดออกจึงล้าง เหมาะที่จะใช้เป็นพิมพ์หัววุ้นต่างๆ ขนมชั้น ปุยฝ้าย เพราะทนความร้อนได้ดี

ไม้คลึงแป้ง  ลักษณะ เป็นไม้ท่อนกลม คอดปลาย มีไม้เล็ก 2 ข้างพอเหมาะมือสำหรับจับคลึง ไม้คลึงแป้งที่ดีต้องมีน้ำหนัก คลึงแล้วเรียบสม่ำเสมอ ถ้าไม่มีไม้คลึงแป้งใช้ขวดเปล่าคลึงแทนก็ได้

มีดตัดวุ้น  ลักษณะ รูปร่างเป็นมีด มีด้ามถือ แต่ฟันจะหยัก และจะหนากว่ามีดฟันเลื่อยสำหรับตัดผักผลไม้ ส่วนใหญ่จะทำด้วยทองเหลือง

มือแมว คันชัก

ลักษณะ มือแมวขูดมะพร้าวจะคล้ายกับมือของแมวจริงๆ มะพร้าวที่ขูดออกมาจะเป็นฝอย แต่ถ้าขูดมะพร้าวอ่อนที่ใช้ทำข้าวเหนียวเปียก ต้องให้ติดกันเป็นชิ้นใหญ่ ส่วนคันชัก ใชัขูดมะพร้าวทึนทึกให้เป็นเส้น มะพร้าวที่ขูดด้วยคันชัก เส้นมะพร้าวจะใหญ่กว่าที่ขูดด้วยมือแมว

สปาตูล่า

ลักษณะ คล้ายพายไม้ไผ่บาง ยาว ทำด้วยสแตนเลสเป็นส่วนใหญ่ สปาตูล่านี้ไม่ใช่เป็นอุปกรณ์ของขนมไทย ส่วนใหญ่ใช้ในงานเบเกอรี่ แต่ขนมไทยบางชนิดต้องใช้พายไม้ไผ่บางๆสำหรับแซะขนม เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อ ข้าวเกรียบอ่อน ขนมเรไร การหาไม้ไผ่มาทำเป็นพายให้พอดีที่จะปาดขนมได้เรียบสะอาดเป็นเรื่องยาก จึงต้องใช้สปาตูล่าแทน เพราะถ้าใช้ไม้ไผ่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ และคุณภาพไม่สม่ำเสมอ

แหนบจีบขนม

ลักษณะ คล้ายแหนบที่ใช้ถอนขน แต่มีลักษณะแบนเรียบ หรือมีลวดลายเพื่อความสวยงาม ทำด้วยทองเหลือง หรือเหล็ก ใช้ทำขนมจีบ ขนมช่อม่วง ปั้นสิบ

อ่างเคลือบ

อ่างเคลือบที่ใช้มีหลายขนาด ตั้งแต่เล็กจนถึงเป็นกะละมังขนาดใหญ่สำหรับใช้ล้างของ สาเหตุที่ต้องใช้อ่างเคลือบเพราะขนมไทยบางชนิด มีส่วนประกอบของ น้ำปูนใส เกลือ ไข่ ถ้าใช้โลหะพวกเหล็ก หรืออลูมิเนียม สารประกอบของโลหะที่ทำภาชนะ อาจปนเข้าไปกับอาหาร อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าไม่ชอบอ่างเคลือบ อาจเลือกอ่างสแตนเลสก็ได้ แต่จะมีราคาแพงกว่า