RSS

‘แม่วาด’ อนุรักษ์ขนมไทย สร้างอาชีพจากสองมือแม่

ขนมไทยโบราณที่ปัจจุบันหากินได้ยาก

ขนมไทย

ใกล้วันสำคัญของคนไทยอีกวัน หนึ่งอย่างวันแม่แห่งชาติ มีหลายอาชีพที่เกิดขึ้นจากฝีมือ คุณแม่ และสร้างชื่อสร้างรายได้ เป็นเศรษฐีกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก หรือ ขนม ที่ใช้ชื่อแม่ต่างๆ และที่นำเสนอในวันนี้ เป็นฝีมือทำขนมของคุณแม่ ที่ทุกคนรู้จักในชื่อของ “ขนมไทย แม่วาด”  

 

ขนมในตระกูลทองขนมไทยจัดว่าทำยาก 

สำหรับขนมไทยแม่วาด เป็นฝีมือ ของ “นางวาสนา เล็กขวัญ” ส่วน ชื่อขนมแม่วาดก็เป็นชื่อของคุณวาสนา ที่ตั้งชื่อตามชื่อของตัวเอง ซึ่งลูกน้อง คนงานภายในร้านส่วนใหญ่ นับถือและเรียกคุณวาสนาว่า “แม่” เป็นที่มาของขนมไทยแม่วาด จุดเด่นของขนมไทยแม่วาด อยู่ที่รูปร่างหน้าตา ที่ตกแต่งออกมาสวยงาม และรสชาติที่โดดเด่น ตามแบบฉบับของคนไทยโบราณ

วาสนา เล่าว่า ได้เริ่มทำขนมขายมานานกว่า 10 ปี โดยเริ่มต้นจากการทำขายควบคู่ไปกับการขายอาหาร แต่พอปี 2548 น้ำท่วมทำให้ขายอาหารไม่ได้ จึงคิดว่าน่าจะทำขนมส่งขาย แรกคิดว่าจะทำเบเกอรี่ เพราะเป็นคนชอบทำขนมเบเกอรี่อยู่แล้ว แต่เห็นว่าตลาดของขนมเบเกอรี่มีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงหันมาทำขนมไทย เริ่มจากการทำลูกชุบเพียงอย่างเดียวส่งขายตามร้านต่าง ๆ ทำตามออร์เดอร์ และจากการทำขนมลูกชุบ ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น และมีความต้องการขนมไทยชนิดอื่นๆ เพิ่มขึ้น

วาสนา เล็กขวัญ หรือแม่วาด เจ้าของ 

วันหนึ่งบริษัทของลูกสาว ต้องการขนมเพื่อนำไปเป็นอาหารว่างในการจัดเลี้ยงงานสัมมนา ของบริษัท โดยให้แม่ออกแบบขนมไทย ให้มีขนาดพอคำ และใส่ในกล่องของขนมเบเกอรี่ ได้แก่ ขนมสอดไส้ ขนมชั้น ขนมวุ้นลูกชุบ เป็นต้น ซึ่งหลังจากนั้น พัฒนาขนมไทยออกมาในขนาดพอดีคำ เพื่อให้ง่ายต่อการบริโภค และออกแบบให้ออกมาดูสวยงาม และปรับรสชาติไม่ให้หวานมาก เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ชอบกินหวาน

ทั้งนี้ การพัฒนาขนมไทยให้ออกมาหน้าตาตามสมัยนิยม นี่เอง เป็นช่องทางให้ขนมไทย เติบโตขึ้นมากในปัจจุบัน และผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมหันมาซื้อขนมไทยไปเป็นของฝากในโอกาสต่างๆ รวมถึงการนำขนมไทยไปเป็นของว่างสำหรับงานเลี้ยง ทดแทนเบเกอรี่ แม้แต่การนำขนมไทยไปใช้แทนขนมเค้กในงานวิวาห์ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาของแม่ครัวขนมไทยในยุคปัจจุบัน ที่ยกระดับขนมไทยขึ้นมาแข่งขันกับขนมเบเกอรี่จากต่างประเทศ

 

สำหรับขนมไทย แม่วาดนั้น ได้แบ่งขนมออกเป็น ประเภทขนมสด เช่น สอดไส้ ขนมชั้น วุ้นลูกชุบ ขนมแห้ง เช่น อาลัว ฝอยทอง กรอบฯลฯ และขนมมงคล เช่น ในตระกูลขนมทองทั้งหลาย ทองเอก ทองหยิบ ทองยอด เสน่ห์จันทร์ จ่ามงกุล ของว่าง เช่น ช่อม่วง หลุ่ม กระทงทอง เกสรดอกลำเจียก กลีบลำดวน ฯลฯ ซึ่งมีขนมไทยหลายตัวที่ปัจจุบัน ไม่ได้มีการทำขายและทำกินกันแล้ว แต่ทางขนมไทยแม่วาด ก็ยังคงทำออกมา โดยออกแบบให้มีหน้าตาที่สวยงาม และปรับเรื่องรสชาติเพื่อดึงดูดลูกค้า กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาสนใจ รู้จักและกินขนมไทย เป็นการอนุรักษ์ขนมไทยอีกทางหนึ่ง

โดยช่องทางการขาย ปัจจุบันก็รับออร์เดอร์ตาม บริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่ซื้อไปเป็นอาหารว่างในการจัดสัมมนา ลูกค้าที่ซื้อปลีกไปเป็นของฝาก รวมถึง การทำส่งให้กับร้านที่รับไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมีหลายร้าน รวมถึงร้านของคนดัง ที่สั่งซื้อขนมบางอย่างจากร้านขนมแม่วาด ไปขายเสริมกับขนมแบรนด์ของตัวเอง

ในช่วงเทศกาลยอดขายจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ลูกค้ามาสั่งทำเพื่อจัดกระเช้าไปมอบให้กัน หลักคือ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งขายได้หลายร้อยกระเช้า ราคากระเช้าเริ่มต้นที่ 300 บาทไปจนถึง 2,000 บาท ตามขนาดและชนิดของขนม ส่วนราคาที่เหมาะสมและมีการสั่งกันมากจะเป็นกระเช้าขนาด 500 บาท ถึง 600 บาท และทางร้านขนมแม่วาด รับจัดทำขนมงานวิวาห์ เพื่อใช้เป็นขนมขันหมากด้วย และรับออกแบบทำขนมไทยให้กับงานอีเวนท์ต่างๆ

ส่วนเทศกาลวันพ่อ หรือ วันแม่ ได้ลูกค้ามาสั่งจัดกระเช้า เพื่อนำไปมอบแทนของขวัญให้กับพ่อและแม่ การออกแบบขนมในวันแม่ มีการพับขนมชั้น ขนมอาลัว ที่ออกแบบมาเป็นสีขาว ให้เป็นรูปดอกไม้ หน้าตาไม่เหมือนดอกมะลิเสียที่เดียว แต่ก็สามารถสื่อได้ ในส่วนของงานออกแบบ เรายังให้ความสำคัญ เพราะมันช่วยทำให้ขนมน่ากินมากขึ้น และออกแบบให้เหมาะแก่การซื้อไปเป็นของฝาก

“ในปัจจุบันการแข่งขันสูง เราต้องพยายามคิดรูปแบบใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยคิดรูปแบบใหม่ขึ้นมาเพียง 1-2 วัน ก็มีคนทำตามแล้ว เพื่อให้คู่แข่งตามไม่ทัน และประกอบกับตัวเองเป็นคนชอบสีสัน การพัฒนาเน้นเรื่องของสีสัน ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัว แม้ว่าจะเน้นสีสันของขนม แต่พยายามหาสีที่ได้จากธรรมชาติ และสีผสมอาหาร”

โดยราคาขนมถ้าเป็นขนมสดทั่วไป ขนาดพอดีคำ จะขายราคาเดียวกันคือ ชิ้นละ 2.50 บาท และถ้าเป็นขนมมงคลที่ทำยาก อย่างเช่น ทองเอก จ่ามงกุฎ หรือ ตระกูลทองทั้งหลายขายชิ้นละ 4 บาท ถึง 8 บาท ขายเป็นกล่องๆละ 20 บาท ส่วนของวุ้นที่ออกแบบเพื่อใช้ในงานสำคัญ แทนขนมเค้ก ขายในราคาปอนด์ละ 140 บาท ราคาต้องขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลวดลายด้วย

“การทำขนมไทย ส่วนหนึ่งได้สืบสานอนุรักษ์ของไทยที่จะเลือนหายไป ให้กับคนรุ่นหลังได้รู้จัก ซึ่งจริงแล้วขนมไทยมีเสน่ห์ในตัวเอง สามารถจะดัดแปลง และสร้างลูกเล่นใหม่ขึ้นมา เพื่อสร้างจุดขายให้กับตัวสินค้าได้ เพียงแต่ว่า คนทำขนมจะคิดหรือดัดแปลงออกมาอย่างไร เพื่อไม่ให้ซ้ำกับใคร ในส่วนของตลาดมันยังโตได้อีกเยอะ เพราะดูจากตัวเอง แม้ว่าจะไม่มีการประชาสัมพันธ์ อะไรออกไป แต่ละปีมีการเติบโตทุกปี จากห้องเช่าเล็ก วันนี้ สามารถซื้อตึกในราคาหลายล้านในกรุงเทพฯ ได้ เพียงแค่ตั้งใจทำ ให้ออกมาให้ดีที่สุด ลูกค้าจะเข้ามาเอง จากการบอกกันแบบปากต่อปาก ”

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: